ชนวนสงครามโลก? สรุปให้ฟังวิกฤตการณ์รัสเซีย–ยูเครนเกิดอะไรขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 24 ก.พ. 2565 กรุงเคียฟเมืองหลวงประเทศยูเครนเข้าสู่ความเงียบสงบ หลังมีการบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวยามค่ำคืน จากการโจมตีทางการทหารอย่างหนักจากรัสเซีย

กองกำลังของรัสเซียบุกเข้าสู่ยูเครนจากทุกทิศทาง ไล่ตั้งแต่ อ่าวฟินแลนด์, บริเวณชายแดนเบลารุสทางตอนเหนือ, ชายแดนทางตะวันออกของยูเครน และลงไปยังทะเลดำ บริเวณภูมิภาคไครเมีย เกิดเสียงระเบิดและการต่อสู้เกิดขึ้นมากมาย

ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ออกมารายงานตัวเลขความสูญเสียอย่างเป็นทางการ ระบุว่า พลเมืองของพวกเขาเสียชีวิตอย่างน้อย 137 ศพ ทั้งทหารและพลเรือน

เกิดอะไรขึ้นในวิกฤตการณ์รัสเซีย–ยูเครนวันนี้ไฮสกิลจะสรุปให้ฟัง

ยูเครนและรัสเซียเคยเป็นหนึ่งเดียวกัน

ถ้าจะเข้าใจวิกฤตการณ์รัสเซีย–ยูเครนที่กำลังเกิดขึ้น ณ ตอนนี้ คงต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ก่อนปี 1917 ณ ขณะนั้นยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียมาก่อน แต่เมื่อราชวงศ์โรมานอฟหมดอำนาจ กลุ่มชาตินิยมยูเครนจึงขอแยกตัวออกไปเป็นประเทศสถาปนาเป็น สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตยูเครน

เอกราชของยูเครนกับอาวุธนิวเคลียร์

เมื่อสหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 แต่ละประเทศต่างแยกไปมีเอกราชของตัวเอง ยูเครนก็เช่นกัน และด้วยความบังเอิญโรงงานจัดเก็บอาวุธนิวเคลียร์ของโซเวียตดันไปตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ประเทศยูเครน ทำให้อาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดกว่า 1 พันลูกตกเป็นของยูเครนโดยปริยาย และทั่วโลกต่างไม่ค่อยสบายใจนัก

ข้อตกลงบูดาเปสต์กำจัดอาวุธนิวเคลียร์

เมื่อทั่วโลกต่างไม่สบายใจ ยูเครน รัสเซีย สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา เซ็นสนธิสัญญาร่วมกันในชื่อ ข้อตกลงบูดาเปสต์ ว่ายูเครนจะกำจัดหัวรบทิ้ง โดยสิ่งที่ยูเครนจะได้คืนมา คือ “เอกราช” ในการบริหารประเทศ แต่ประชาชนในยูเครนเองต่างไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เนื่องจากไม่ไว้ใจรัสเซียว่าจะรักษาสัญญาจริงหรือไม่

ยูเครน รัสเซีย และสหภาพยุโรป (EU)

ย้อนไปในปี 2013 เมื่อสหภาพยุโรป (EU) ได้เสนอเงื่อนไขให้ประเทศยูเครน เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของ EU ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนในยูเครนสามารถทำงานทั่วยุโรปได้อย่างอิสระ แถมยังได้รับประโยชน์ด้านภาษีทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่รัสเซียไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้นเพราะต้องการให้ยูเครนอยู่ในกลุ่มเศรฐกิจของตนเองในชื่อ EAEU (Eurasia Economic Union) ต่อไป

ปูตินยึดคาบสมุครไครเมียกลับไปเป็นของรัสเซีย

อีกหนึ่งฉนวนสำคัญเมื่อปี 2014 คือวิคเตอร์ ยานูโควิช ประธานาธิบดีของยูเครนในขณะนั้นตัดสินใจล้มการเข้าร่วมกับสหภาพยุโรป (EU) และกลับไปสานสัมพันธ์กับรัสเซียต่อ ทำให้ประชาชนโกรธแค้นเป็นอย่างมากจนเกิดการประท้วงทั่วประเทศจนวิคเตอร์ถูกสภาขับออกจากตำแหน่งและต้องลี้ภัยไปยังรัสเซีย เมื่อรัสเซียเห็นว่ายูเครนตั้งตนเป็นปฏิปักษ์กับรัสเซียเพียง 1 วันหลังยาคูโนวิช โดนไล่จากตำแหน่ง รัสเซียตอบโต้ด้วยการยึดแผ่นดินของยูเครน ที่ชื่อไครเมีย (Crimea) มาเป็นของตัวเองในทันที

กลุ่มกบฏแยกดินแดนแคว้นดอนบาสและรัสเซีย

แคว้นดอนบาส (Donbas) ฝั่งตะวันออกของยูเครนประกอบไปด้วยสองจังหวัดคือลูฮันส์ (Luhansk) และ โดเนตส์ (Donetsk) ซึ่งแม้จะเป็นจังหวัดของยูเครนแต่ประชากรที่อาศัยอยู่ส่วนใหญ่กลับเป็นชาวรัสเซีย เมื่อเห็นว่าไครเมียยังกลับไปเป็นของรัสเซีได้จึงได้ก่อเกิดกลุ่มกบฏแยกดินแดนโดยหวังจะประกาศตนเป็นประเทศเองโดยมีรัสเซียเปนผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

ประธานาธิบดีคนใหม่ของยูเครนกับ NATO

โวโลดิเมียร์ ซีเลนสกี้ ประธานาธิบดีคนใหม่ของยูเครนประกาศนโยบายชัดเจนว่าเขาเองต้องการต่อต้านการรุกรานจากรัสเซีย นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะพายูเครน เข้าเป็นสมาชิกใหม่ของ NATO ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการทหารของชาติใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, แคนาดา, สเปน ฯลฯ โดยองค์กรนี้มีข้อตกลงที่สำคัญว่า “หากชาติพันธมิตรใด โดนศัตรูโจมตีก็จะถือว่าเป็นการโจมตีชาติสมาชิกทั้งหมด” ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้ปูตินประธานาธิบดีรัสเซียไม่พอใจและต่อต้านสุดกำลัง

รัสเซียรุกคืบเมื่อไม่ได้รับคำตอบจาก NATO

รัสเซียส่งทหารราว 130,000 นายไปประชิดพรมแดนยูเครนเพื่อแสดงให้เห็นว่ารัสเซียพร้อมที่จะทำการใดๆได้ทุกเมื่อ ซึ่งเรื่องนี้ต่างเป็นที่กังวลของนานาชาติ เนื่องจากรัสเซียไม่สิทธิที่จะกดดันยูเครนได้ เนื่องจากยูเครนเป็นเอกราชแล้วและย่อมมีสิทธิในการตัดสินใจด้วยตนเอง

รัสเซียพร้อมประกาศรับรองประเทศให้ลูฮันส์และโดเนตส์

ความตึงเครียดทวีคูณขึ้นทันทีเมื่อปูตินประกาศพร้อมรับรองให้ลูฮันส์และโดเนตส์กลายเป็นประเทศได้ทันที ซึ่งแน่นอนว่ายูเครนย่อมไม่สามารถยอมได้เพระาการกระทำดังกล่าวเท่ากับการรุกรานและไม่ไว้หน้ายูเครนสุดๆ

ชนวนสงครามโลกครั้งที่สาม

รัสเซียประกาศชัดเจนว่าพร้อมทำสงครามทุกเมื่อโดยอ้างเหตุเพื่อปกป้องความปลอยภัยให้กับสองรัฐที่เพิ่มประกาศรับรองไป ในขณะที่ยูเครนเองก็เสียอำนาจอธิปไตยในพื้นที่ของตนเอง เมื่อความอดทนถึงขีดสุดนี่อาจเป็นสงครามที่ขยายวงกว้างได้ รวมทั้งการที่รัสเซียกับจีนมีความสัมพันธ์และทำงานร่วมกัน หลายสื่อวิเคราะห์ว่าเร็วๆนี้จีนอาจเริ่มการทำสงครามกับไต้หวันอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะกลายเป็นความขัดแย้งใหม่ที่อาจสร้างความหายนะให้กับคนทั่วทั้งโลก

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น