ตามอัพเดตล่าสุดที่ทาง ทปอ ได้ทำการประกาศ Exam Blueprint หรือตัวอย่างข้อสอบ #TGAT#TPAT และ A-level ออกมาแล้วนั้น วันนี้เรามาทำความรู้จักโครงสร้างและตัวอย่างข้อสอบกันว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง TGAT 1 : #การสื่อสารภาษาอังกฤษ จะแบบเนื้อหาออกเป็น 2 ส่วน คือ (1) ทักษะการพูด (Speaking Skill) – การถาม–ตอบ (Question-Response) 10 ข้อ – เติมบทสนทนาแบบสั้น (Short conversations) 10 ข้อ – เติมบทสนทนาแบบยาว (Long conversations) 10 ข้อ (2) ทักษะการอ่าน (Reading Skill) – เติมข้อความในเนื้อเรื่องให้สมบูรณ์ (Text completion) 15 ข้อ – อ่านเพื่อจับใจความ (Reading comprehension) 15 ข้อ โดยรูปแบบข้อสอบเป็นรูปแบบปรนัย 5 ตัวเลือกและมีเวลาในการทำข้อสอบทั้งหมด 60 นาทีเท่านั้น จากการสังเกตและดูตัวอย่างข้อสอบพบว่าความยากของข้อสอบไม่ยากเท่ากับการสอบ GAT เหมือนในปีที่ผ่านมา แต่จะเน้นความเข้าใจทักษะในการพูดและการอ่าน แบบพื้นฐานมากยิ่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนนั่นเอง หากน้องๆจับจุดถูกแล้วคงไม่ยากเกินความสามารถที่จะหาแนวข้อสอบฝึกทำเอาไว้ล่วงหน้าเลย แต่ถ้าหากน้องๆคนไหนอยากมีตัวช่วยเป็นพี่ๆติวเตอร์
อยากเป็นหมอต้องสอบอะไรบ้าง?
การที่น้องๆจะสามารถเข้าเรียนเป็นหมอได้จะต้องผ่านการรับตรงร่วมกันของ กสพท.หรือ กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยเสียก่อนดังนี้